ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์อัจฉริยะลูกหนังโลก

ลิโอเนล เมสซี่

ประวัติ ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์อัจฉริยะลูกหนังโลก

ลิโอเนล เมสซี่

          ถ้าพูดถึงบุคคลในวงการฟุตบอลคงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งแน่นอนว่าแม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามกีฬาฟุตบอล หรือไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอลตัวจริงก็ยังต้องรู้จักหรือได้ยินชื่อของ หนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกของฟุตบอลยุคนี้ คำกล่าวข้างต้นไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อยเนื่องจาก เมสซี่ นั้นได้ทำลายสถิติแล้วสถิติเล่า ไม่ว่าจะเป็นการถล่มประตู หรือจะใส่พานแอสซิสต์ให้เพื่อนยิง ถ้วยรางวัลเกียรติยศมากมาย ลีลาการเล่นที่แสนมหัศจรรย์ของเขาที่ติดตราตรึงใจของสาวกแวดวงการลูกหนัง ในตอนนี้หลาย ๆ คนคงอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของเขามากขึ้น วันนี้ทางพวกเราจะมาเล่าสู่กันฟังของ ประวัติ ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์อัจฉริยะลูกหนังโลก รวมถึงเรื่องราวทั้งใน และนอกสนามของเจ้าตัว ให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกัน

ลิโอเนล เมสซี่

ติอาโก้ ลูกชายคนโต และบิดา มารดาของ เมสซี่

          ลิโอเนล อันเดรส เมสซี่ (Lionel Andrés Messi) เป็นลูกชายคนเล็กสุดในจำนวนบรรดาพี่น้องทั้ง 4 คน โดยเขามีพี่ชาย 2 คน และ พี่สาว 1 คน ของนาย คอร์เค โอราเซียว เมสซี่ หนุ่มโรงงาน และนาง เซเลีย มารีอา กุกซิตตีนี่ แม่บ้านทำความสะอาดพาร์ทไทม์ โดยครอบครัวฝ่ายพ่อของเขาได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศอิตาลี แม้จะเกิดในประเทศอาร์เจนตินา แต่ เมสซี่ และครอบครัวของเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศสเปน หลังจากที่เจ้าตัวได้เล่นฟุตบอลให้กับทีมอคาเดมี่ของ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ในปี 2000

ทุกวันนี้ ซูปเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของโลก พูดภาษาสแปนิชในสำเนียงของชาว โรซาริโอ และยังคงกลับไปเยี่ยมเยียนมาตุภูมิอยู่บ่อย ๆ เมสซี่ ยังคงติดต่อกับบรรดาเพื่อน ๆ ที่โรซาริโอด้วยการส่งข้อความ และพูดคุยทางโทรศัพท์เป็นครั้งคราว นอกจากนี้เจ้าตัวยังคงเก็บบ้านหลังเก่าที่ โรซาริโอ เอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครอาศัยอยู่เลยก็ตาม

ความสัมพันธ์ในครอบครัวของ สตาร์อาเจนไตน์ นับได้ว่ามีความอบอุ่นเป็นอย่างดี ในช่วงที่เขากลับบ้านเกิดมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมร่วมกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา เมสซี่ ยอมเดินทางไป-กลับเที่ยวละกว่า 3 ชั่วโมง จากสนามฝึกซ้อมในเมืองหลวงของอาร์เจนติน่า ในกรุง บัวโนสไอเรส เพื่อกลับมาร่วมโต๊ะทานอาหารกับครอบครัวของเขาที่บ้านในโรซาริโอ และอยู่ค้างคืนที่บ้านแล้วจึงออกเดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อกลับไปฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมชาติอีกครั้ง

ลิโอเนล เมสซี่

รักแรกและรักเดียวของ เมสซี่

เมสซี่ ยืนยันเรื่องความรักครั้งแรกและครั้งเดียวต่อสาธารณะ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 เขาบอกทางรายการ “แฮตทริกบาร์ซา” ช่องกานัล 33 ว่า “ผมมีแฟนสาว และเธออยู่ที่ประเทศอาร์เจนตินา ผมรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข” โดยหญิงสาวคนนั้นคือ อันโตเนลา โรกูโซ โดย โรกูโซ เป็นชาว โรซาริโอ เหมือนกันกับ เมสซี่ โดยทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่ยังเด็ก โรกูโซ เป็นญาติของเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขา แต่เขานั้นเริ่มคบหากับคนรักในปี ค.ศ. 2008 และในปี ค.ศ. 2010 ทั้งคู่เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์เริ่มต้นชีวิตคู่ โรกูโซ ย้ายจาก โรซาริโอ มาอยู่กับ เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า ปัจจุบันเจ้าตัวมีทายาทตัวน้อย 3 คน โดยโตชื่อว่า ติอาโก้  คนกลางชื่อ มาเตโอ และคนสุดท้องชื่อ ชีโร่

ลิโอเนล เมสซี่

พิธีแต่งงานกับแฟนสาว อันโตเนลา โรกูโซ

ในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2017 เมสซี่ ได้ฤกษ์จูงแฟนสาว อันโตเนลา โรกูโซ เข้าพิธีแต่งงาน ณ เมือง โรซาริโอ บ้านเกิดของทั้งคู่ หลังคบกันคนรักมาได้เกือบ 10 ปี โดยงานแต่งงานจัดขึ้นอย่างสุดหรูที่ โรงแรมพูลแมนซิตี้เซ็นเตอร์ โรซาริโอ มีแขกได้รับเชิญเพียง 260 ชีวิต แต่แขกจำนวนมากล้วนเป็นบุคคลมีชื่อเสียงทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ

เส้นทางลูกหนังของ เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่

เมสซี่ ในวัยเยาว์ เด็กชายที่พระเจ้าประทานมาให้โลกฟุตบอล

เมสซี่ ได้เริ่มเล่นกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่วัยกระเตาะด้วยอายุ 5 ขวบ โดย เจ้าหนูเมสซี่ ได้เข้าไปอยู่ในสโมสรเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า กรานโดลี่ โดยมีบิดาเป็นผู้ฝึกปรือให้ จนถึงเมื่อปี 1995 เมสซี่ จึงได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า และเป็นสโมสรในระดับลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ชื่อสโมสร นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

แต่ว่าเส้นทางลูกหนังของ เมสซี่ ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่ออายุได้ 11 ขวบ เขาได้เผชิญกับภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormones) ทำให้รูปร่างของเจ้าตัวเล็กกว่าที่ควรจะเป็น จนเกือบไม่ได้ไปต่อในเส้นทางลูกหนัง เนื่องจาก นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ รวมถึง ริเวอร์เพลท สโมสรดังของแดนฟ้าขาว ที่แสดงความสนใจในการดึงตัวเขามาร่วมทีม ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับที่จะจ่ายค่ารักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต ให้กับ เมสซี่ ประมาณ 900 เหรียญสหรัฐฯ เพราะว่ากำลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักภายในประเทศ

แต่แล้วลีลาการเล่นของ เมสซี่ ก็ไปเข้าตา การ์เลส เรซัค ผอ.กีฬาของ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลนา จึงได้ยื่นข้อเสนอให้ เมสซี่ ย้ายไปเล่นในแดนกระทิงดุ พร้อมยินดีจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลภาวะดังกล่าวให้ จากนั้น เมสซี่ พร้อมครอบครัวจึงได้อพยพย้ายข้ามทวีปไปอยู่ประเทศสเปน เพื่อฝึกฝนฝีเท้าอย่างจริงจังในฐานะแข้งทีมอคาเดมี่ของ อาซูลกราน่า

เมสซี่ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า

จากนั้นภายในเวลาอันรวดเร็ว เมสซี่ ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในทีมอคาเดมี่ของยอดทีมแห่ง แคว้นกาตาลัน และได้ถูกโปรโมทเข้าสู่ทีม บาร์เซโลนา บี ในเวลาต่อมา พร้อมทั้งทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนปลายซีซั่น 2004 เจ้าตัวก็ได้โอกาสเข้ามาอยู่กับทีมชุดใหญ่ของ เจ้าบุญทุ่ม จนถือเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทีมด้วยวัยเพียงแค่ 17 กระรัต เท่านั้น

เมสซี่ ในนามของ ทีมชาติอาร์เจนติน่า

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ ได้ปฏิเสธที่รับใช้ให้กับ ทีมชาติสเปน โดยเจ้าตัวได้เลือกเล่นให้กับทีมเยาวชนของ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่ง เมสซี่ ได้สร้างประวัติศาสตร์ลูกหนังที่วงการฟุตบอลเยาวชนต้องจารึก เมื่อเขาซัลโวไป 6 ลูกรวด พาทัพฟ้าขาว คว้าแชมป์ศึก ฟุตบอลโลกรุ่นเยาวชน ได้อย่างสุดยอด พร้อมคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง จากนั้นทั้ง บาร์เซโลน่า และ ทีมชาติอาร์เจนตินา ก็เรียก เมสซี่ ไปติดทีมชุดใหญ่ในที่สุด ในนามสโมสรเจ้าตัวนั้นพาเจ้าบุญทุ่มครองความยิ่งใหญ่มากว่าทศวรรษด้วยการคว้าแชมป์กว่า 35 โทรฟี่  ทว่ากับในนามทีมชาติจวบจนถึงทุกวันนี้ เมสซี่ จะยังไม่สามารถพา อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เลยก็ตาม โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดก็ได้เพียงแค่เป็น รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล หลังจากปราชัยต่อ ทัพอินทรีเหล็ก ทีมชาติเยอรมนี ไป 0 – 1 ในนัดชิงชนะเลิศ

เมสซี่ และรางวัลรางวัลบัลลงดอร์ 6 สมัย

โดยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2019 France Football นิตยสารฟุตบอลชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส ได้จัดงานมอบรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมบัลลงดอร์ ประจำปี 2019 โดย ลิโอเนล เมสซี่ ได้คว้ารางวัลบัลลงดอร์ “Ballon d’Or” สำหรับผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกเป็นสมัยที่ 6 ด้วยวัย 32 ปี มากที่สุดในประวัติศาสตร์แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มา 5 สมัยเท่ากัน หลังจากสร้างผลงานยอดเยี่ยมพา เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน ในซีซั่น 2018/19 

อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม :: ประวัตินักฟุตบอล

ติดตาม Facebook :: Footballhits98

error: Content is protected !!