Harry Maguire ( แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ) กองหลังที่แพงที่สุดในโลก

Harry Maguire ( แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ) กองหลังที่แพงที่สุดในโลก

 

Harry Maguire ( แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ) กองหลังที่แพงที่สุดในโลก

ชื่อ : แฮร์รี่ แม็คไกวร์

สัญชาติ : อังกฤษ

วันเกิด : 5 มีนาคม 1993

ตำแหน่ง : กองหลัง

ลงเล่น : 390 นัด

ยิงประตู : 24 ประตู

เท้าที่ถนัด : เท้าขวา

 

Harry Maguire ( แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ) กองหลังที่แพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แมคไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่ แมคไกวร์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ปี 1993 เขาเกิดและเติบโตมาจากเมืองเชฟฟิลด์ ในช่วงวัยเด็กของเขา เขาเป็นเด็กที่มีรูปร่างสูงใหญ่และชอบเล่นกีฬา พี่ชายของเขา โจ แมคไกวร์ จึงแนะนำให้เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอล จึงเกิดเป็นความฝันที่เขาอยากจะติดทีมชาติอังกฤษสักครั้ง เขาจึงลองไปคัดตัวกับทีมเยาวชนของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพื่อที่จะเดินตามความฝัน

 

2011-2013 : จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอล

แฮร์รี่ แมคไกวร์ ได้เข้ามาอยู่ในทีมเยาวชนกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดยเริ่มแรกเขาเล่นตำแหน่งกองกลาง จนกระทั่งเขาอายุได้ 16-17 ปี เขามีร่างกายที่สูงและใหญ่  จนโค้ชของทีมเยาวนชนของดขาได้แนะนำให้เขาลองเล่นตำแหน่งกองหลัง ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จนปี 2011 เมื่อเขาอายุได้ 18 ปี เขาได้ถูก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ดันขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ และได้ลงสนามให้กับสโมสรเป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในฐานะนักเตะสำรอง และในนัดนั้นเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นัดก็สามารถยึดตัวหลักของทีมมาได้ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยทีมให้รอดตกชั้นได้ ทีมจึงต้องลงไปเล่นในศึก League One ในฤดูกาล 2012-2013 แต่เขาก็ยังคงรักษาผลงานของเขาไว้ได้ดี นอกจากนี้เขายังเกือบที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรได้สำเร็จด้วยการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก FA Cup ได้สำเร็จ เพียงแต่ต้องถูกหยุดที่รอบ 4 ทีมสุดท้ายโดย ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-5

 

2013-2017 : ความท้าทายใหม่

เขาเลือกที่จะย้ายไปอยู่กับทางสโมสร ฮัลล์ ซิตี้ ที่กำลังจะเลื่อนชั้นขึ้นไปสู้ศึก พรีเมียร์ลีก ในปี 2014-2015 เพื่อที่จะต้องการหาประสบการณ์และความท้าทายใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เพราะในขณะนั้น ฮัลล์ ซิตี้ เป็นสโมสรที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอยู่บนลีกสูงสุดของอังกฤษ แต่ในตอนนั้น แมคไกวร์ ก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัวให้เล่นในลีกใหญ่ได้ จึงทำให้ สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีมของ ฮัลล์ ซิตี้ ในเวลานั้นมองเห็นว่า แมคไกวร์ น่าจะยังขาดในเรื่องของประสบการณ์ และดูเหมือนว่าเขาจะยังพร้อมสำหรับการแข่งขันบนเวทีพรีเมียร์ลีก จึงได้ทำการตัดสินใจที่จะปล่อยตัว แฮรี่ แมไกวร์ ให้กับทางสโมสร วีแกน แอธเลติก ได้ยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นระยะเวลาครึ่งฤดูกาล แม้ว่าปี 2015 ฮัลล์ ซิตี้ จะต้องตกชั้น แต่เขาก็กลับมาพิสูจน์ให้แฟนๆได้เห็นถึงความพัฒนาของเขา และสามารถพาทีมกลับขึ้นมาเล่นบนศึกพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในปี 2016-2017 จากการดูแลและแนะนำของ มาร์โก ซิลวา ผู้จัดการทีมในเวลานั้น เขาจึงพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงจะทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจสักเท่าไหร่ก็ตาม สิ้นสุดฤดูกาล 2016-2017 ฮัลล์ ซิตี้ ก็ต้องตกชั้นอีกครั้ง

 

2017-2019 : ก้าวสู่ความสำเร็จ

ต่อมาเขาตัดสินใจที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคาค่าตัวประมาณ 17 ล้านปอนด์ ในปี 2017 เขาสามารถเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของสโมสรได้ในทันที นอกจากเกมรับที่แข็งแกร่งแล้ว เขายังสามารถทำประตูช่วยทีมได้อีกมากมาย แมคไกวร์ สามารถซื้อใจเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่หลายๆ ทีมได้รู้จักชื่อของ แฮร์รี่ แมคไกวร์ได้อย่างมากขึ้น และด้วยฟอร์มการเล่นที่มีความแข็งแกร่งและดุดันจึงทำให้เขาสามารถมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นฟุตบอลโลกปี 2018 ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งนี่ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงของเขาเลยก็ว่าได้ เขาพาทีมชาติอังกฤษไปคว้าอันดับ 4 ของรายการมาได้ และนี่ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ แมคไกวร์ เลยก็ว่าได้

 

2019-ปัจจุบัน : สู่โรงละครแห่งความฝัน

หลังจากที่ทำผลงานกับ เลสเตอร์ ซิตี้ และ ทีมชาติอังกฤษ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสนใจที่จะคว้าตัวเขามาร่วมทีมเป็นอย่างมาก จากนั้น เลสเตอร์ ซิตี้ จึงเลือกที่จะปล่อย แมคไกวร์ มาร่วมทัพ “ผีแดง” ด้วยค่าตัว 87 ล้านปอนด์โดยประมาณ โดยได้รับสัญญาทั้งหมด 6 ปี และได้เลือกสวมเสื้อหมายเลข 5 ตามไอดอลของเขาอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตตำนานปราการหลังของทัพผีแดง นอกจากนี้เจ้าตัวยังถือว่าเป็น กองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกอีกด้วย

 

อ่านข่าว :: ข่าวประวัตินักกีฬา

ช่องทางอื่นบนเว็บไซต์ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ติดตาม Facebook  :: footballhits98